Sun Chaw Wong
สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ : 02 272 0800
  

กินแบบ คีโต คืออะไร (Ketogenic) ซีอิ๊วแบบไหนเป็นคีโต

กินแบบ คีโต คืออะไร (Ketogenic) ซีอิ๊วแบบไหนเป็นคีโต

เชื่อว่าหลายคนที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการลดน้ำหนัก น่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของการกินแบบคีโตกันมาบ้าง ยิ่งในช่วงหลังๆ มานี้กระแสการกินแบบคีโตนี้เริ่มฮิตและกลายเป็นเทรนด์ในสังคมมากขึ้น สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่ากินแบบ คีโตคืออะไร เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย

กินแบบ “คีโตเจนิค” วิธีคิดที่สวนทาง

การกินแบบคีโตเจนิคนั้นเป็นวิธีการกินอาหารรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีวิธีคิดที่แตกต่างจากการกินอาหารเพื่อการลดน้ำหนักแบบทั่วไป โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าจะลดน้ำหนักเรามักจะได้เรียนรู้กันมาว่า ต้องลดอาหารที่มีไขมันลง แต่กินแบบคีโตเจนิคคิดสวนทางกัน คือจะเน้นการกินอาหารที่มีไขมันสูงเป็นอันดับแรก และเลือกกินอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นอันดับรองลงมา สิ่งที่จะต้องลดลงก็คือน้ำตาลและอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้เหลือในปริมาณที่น้อยมากๆ รวมไปถึงเครื่องปรุงที่ไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลินด้วย เช่น ผงชูรส เป็นต้น

plate-with-keto-diet

กับแนวคิดที่ว่าจะต้องทำให้ร่างกายของเราเข้าสู่ภาวะ ketosis หรือ ภาวะที่ร่างกายไม่มีพลังงานจากน้ำตาลกลูโคส ร่างกายจึงสร้างพลังงานด้วยการเผาผลาญไขมันแทน เมื่อเราลดคาร์โบไฮเดรตและกินไขมันเข้าไปแทน ร่างกายจะเริ่มปรับตัวและเอาไขมันไปใช้เป็นพลังงานแทนคาร์โบไฮเดรต ซึ่งได้ผลต่อการลดน้ำหนักเป็นอย่างดี ยิ่งในช่วงแรกของการกินคีโตน้ำหนักจะลดลงมากๆ เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำเป็นปริมาณมากในการสลายไขมัน

จากกระแสในการลดความอ้วนด้วยการกินคีโต (ketogenic diet) และนำไปสู่การมีผลิตภัณฑ์ปรุงอาหารคีโตหลายๆ ชนิดเกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือ ซีอิ๊วคีโต

แล้วซีอิ๊วคีโตเป็นอย่างไร แตกต่างจากซีอิ๊วทั่วไปอย่างไร?

อย่างแรกเลยควรเลือกเป็นซีอิ๊วหมักธรรมชาติ 100% ที่ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สี ไม่แต่งกลิ่น บนฉลากระบุส่วนประกอบและข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts) ที่ชัดเจน

ส่วนประกอบของซีอิ๊วหมักอาจจะดูขัดกับหลักคีโตอยู่นิดหน่อย คือ มีส่วนผสมของแป้งสาลี แต่ในความเป็นจริงแล้วกระบวนการหมักซีอิ๊วจำเป็นต้องใช้แป้งสาลีเพื่อให้เป็นอาหารของจุลินทรีย์ แต่หลังจากหมักสมบูรณ์แล้ว แป้งสาลีจะถูกย่อยจนไม่หลงเหลืออยู่ในน้ำซีอิ๊ว ซึ่งดูข้อมูลได้จาก Nutrition Facts

จุดสำคัญที่แตกต่างจากซีอิ๊วทั่วไป คือ ตัวเลขบน Nutrition Facts
– Carbohydrate ควรมีปริมาณไม่เกิน 1.00 กรัมต่อ 1 หน่วยบริโภค (15 ml.) หากเกินกว่านี้ ใน 1 วันเราอาจสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับคาร์โบไฮเดรตเกินปริมาณ
– Sugar ต้องเป็นน้ำตาลที่เกิดจากกระบวนการหมัก ไม่ใช่การเติมจากส่วนประกอบ ซึ่งใน 1 หน่วยบริโภค (15 ml.) ต้องมีปริมาณน้อยกว่า 1.00 กรัม

อย่างไรก็ดี การกินอาหารในชีวิตประจำวันของพวกเรา หากสามารถเลือกปรุงอาหารด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติได้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ปลอดภัยทั้งกับตัวเราเองและคนในครอบครัว แม้ไม่กินคีโตแต่เราก็จะได้เรื่องของสุขภาพที่ดีอย่างแน่นอน

สินค้าของเราซื้อได้ที่นี่นะคะ :

เรียบเรียงโดย : Healthy Soy Sauce

เรื่องน่าสนใจ